Showing posts with label ร้านขายผ้าซอยวัดสน. Show all posts
Showing posts with label ร้านขายผ้าซอยวัดสน. Show all posts

Tuesday, March 15, 2011

ร้านขายผ้าผุดเป็นดอกเห็ดที่ซอยวัดสน

ร้านขายผ้าผุดเป็นดอกเห็ดที่ซอยวัดสน


ด้วยเหตุนี้ทำให้ร้านผ้ายืดเริ่มเปิดกันมากขึ้นที่ซอยวัดสนเพราะมีจ้าวที่ขายแล้วได้เงินกอบโกยมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ ผู้คนแถวนี้ก็เห็นว่า ถ้าเค้าขายได้เราก็ต้องขายได้เหมือนกัน ( business model นี้เรียกว่า me too หรือ พวก copycat น่ะครับ) ก็เอาบ้าง แต่เนื่องด้วย demand ทีมากกว่า supply อย่างเทียบกันไม่ติดทำให้ร้านผ้าไม่ว่าจะเปิดมากเพียงใดก็ขายได้และขายดีเสียด้วย ทำให้คนยิ่งหันมาเปิดร้านผ้าทีซอยวัดสนกันมากขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ



ตอนนี้ทำให้ร้านผ้าทั้งหมดเปิดตัวอย่างเป็นทางการและทำให้คนเริ่มรู้จักว่าถ้าหากว่าต้องการผ้ายืด (ไม่ได้เป็นผ้า weaving นะครับ ต้องเป็นผ้ายืดเท่านั้นด้วย) จะต้องมาหาซื้อที่ซอยวัดสนกันจ้าล่ะหวั่น เพราะ concept หนึ่งของการเรียกลูกค้า คือ การที่ลูกค้าบอกต่อกันได้ว่า ถ้าหากว่าจะซื้อสินค้าประเภทอะไรต้องไปย่านไหน ก็เหมือนกับว่า ถ้าหากว่าอยากจะได้สินค้าอิเล็คโทรนิคส์ เราก็ต้องไปย่านสะพานเหล็กเป็นต้นน่ะครับ แล้วก็นี่ก็เหมือนกัน คือ ถ้าหากว่าอยากจะได้ “ผ้ายืด” ก็ต้องมาร้านที่ “ขายผ้ายืด” ที่ซอยวัดสนยังไงอย่างงั้น



แต่เดิมซอยวัดสนนี้จะมี “ความหลากหลายของสินค้าและบริการอยู่” ไม่ว่าจะเป็นแค่บ้านพักธรรมดา หรือ ร้านขายอุปกรณ์ตกปลา ร้านมอมเมาเยาวชน เช่นร้านเกมส์ computer ให้เด็กเล่นเกมส์ยิงหัวกันได้โดยไม่จำกัดเวลา หรือแม้กระทั่งร้านขายอุปกรณ์โกงลูกเต๋า ทั้งหมด โดยแปลงสภาพมา “ขายผ้า” กันหมดแล้ว นอกจากนี้ ร้านตัดผมก็เอาผ้ามาขาย ร้านชายสี่หมี่เกี้ยว ก็ต้องโดนย้ายทำเล เพราะว่า ตึกแถวไม่อยากจะให้บังกองผ้าที่เอามาขาย ร้านขายของชำก็แปลงตัวเองมา ขายผ้า เช่นเดียวกันร้านค้าอื่นๆ ราวกับว่า ซอยทั้งซอย ถ้าหากว่าอยากจะทำเงิน ! ก็ต้องเปิดเป็นร้านผ้าเท่านั้น

ร้านขายผ้าซอยวัดสน

ร้านขายผ้าซอยวัดสนถือได้ว่าเป็นตลาดใหม่มาก เรียกได้ว่าเป็นตลาดที่มีอายุไม่น่าจะเกิน 5 ปีที่ผ่านมา โดยเมื่อก่อนร้านผ้าในซอยวัดสนนี้จะไม่ได้มีมากอย่างที่เห็นนี้แต่อย่างใด เป็นเพียงแค่ ร้านที่ทำการสั่งซื้อเศษผ้า หรือ ผ้าที่เหลือจากโรงงานที่เป็นโรงทอผ้า เข้ามาวางขายให้กับคนที่ต้องการเอาไปใช้งานบางกลุ่มเท่านั้น แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราได้ผ่านปรากฏการณ์ที่เมืองไทยไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่กระทบ (ในด้านดี) ให้อุตสาหกรรมเสื้อผ้า และ ผ้ายืดในประเทศไทย มีกำลังซื้ออย่างมหาศาลนั่นก็คือ ปรากฏการณ์การรณรงค์ให้คนไทยใส่เสื้อเหลือง เพื่อเป็นเฉลิมฉลองเทินพระเกียรติในหลวงของปวงชนขาวไทยนั่นเอง





เหตุการณ์นี้ทำให้ ผ้ายืด มีความต้องการจากตลาดเป็นอย่างสูง ไม่ว่าจะผ้ายืดที่ทอลาย single jersey หรือผ้ายืดที่ทอเป็นลายปีเก้ทั้งสองลายนี้ถือได้ว่าเป็นผ้าเหลืองที่โดนเอาไปทำงานตัดเย็บมากกว่าผ้าประเภทอื่นๆ มากนัก (จะสังเกตว่าจะไม่ค่อยมีคนใส่ผ้าทอสักเท่าไหร่ที่เป็นเสื้อเหลือง) ที่มีการสั่งผลิตเป็นปริมาณมากอย่างไม่เคยมีมาก่อน เพราะ ทุกคนไม่ได้มีเสื้อสีเหลืองอยู่แล้ว แล้วก็เป็นสีที่ไม่เคยเอามาใส่ในงานทั่วไปมากนัก เพราะลองคิดดูครับว่าถ้าหากว่าเป็นผ้าเหลือง หรือเสื้อเหลืองแล้วเอาไปในงานเลี้ยงสังสรรค์ มันก็จะดูเด่นกว่าคนอื่นเอามากๆครับ ถ้าคุณลองมองเข้าไปที่ตู้เสื้อผ้าของคุณเองก่อนเหตุการณ์เสื้อเหลืองนี้ คุณจะพบว่าในตู้เสื้อผ้าของคุณจะไม่มีเสื้อเหลืองให้ใส่กันสักเท่าไหร่ครับ เรียกได้ว่าเป็นไม่มีเลยก็ว่าได้ถ้าหากว่าบางคนที่ไม่ได้เป็นพวกแฟชั่นจ๋าสักเท่าไหร่ แล้วก็ Trend fashion ต่างๆ จากการสังเกตผมก็ไม่เห็นสีเหลืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับ Trend fashion ต่างๆเหล่านี้ถ้าหากว่ามีก็มีไม่มากนัก แล้วมันก็จะออกมาเป็น Trend fashion ของ summer collection เสียมากกว่า หน้าอื่นๆ ไม่ว่าเป็น fashion spring หรือว่า fashion trend winter ก็ไม่เคยเห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียวครับ



เมื่อทุกคนไม่มีเสื้อเหลืองใน แต่ว่าทุกคนอยากจะร่วมเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ทำให้ต้องหา ซื้อเสื้อใหม่มาแทบทั้งหมดครับ ยิ่งไปว่ากว่านั้น เมื่อมีคนใส่มาก ทำให้คนอื่นก็ต้องใส่ตาม แล้วยิ่งไปกว่านั้นเข้าไปอีกคือ ภาครัฐ และ องค์กรเอกชนทั้งหลายก็เอาอย่างกันคือ บังคับให้คนในองค์กรของตัวเองใส่เสื้อเหลือง และ ถึงกับมีช่วงเวลานึงที่ “ทุกคนใส่เสื้อเหลือง” ทุกวันติดต่อกันเป็นเวลาเจ็ดวัน ทำให้ต้องซื้อเสื้อมากขึ้นไปอีก เพราะไม่มีใครหรอกครับที่มีเสื้อเหลืองมากเพียงพอถ้าหากว่าไม่ได้ซื้อใหม่ก็ไม่สามารถที่จะหาเสื้อสีเหลืองเท่าที่ตัวเองมีมาใส่กันให้พอกับความต้องการ (หรือจำเป็น) ที่จะต้องใส่ทั้งเจ็ดวันต่อสัปดาห์ได้ครับ